ฮิโรชิ มัทซึชิม่า

จากวิธีการตีความบทเพลงอันหลากหลาย ทำให้ฮิโรชิเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในฐานะนักดนตรีที่มีความ สามารถ และอาจารย์สอนฟลู้ตที่ยอดเยี่ยม

ฮิโรชิเข้าเป็นอาจารย์ประจำของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2545 ในช่วงก่อนหน้าที่ฮิโรชิจะมา ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดลนั้น เขาอาศัยอยู่ในยุโรป และเข้าร่วมเทศกาลดนตรีต่างๆมากมาย อาทิเช่น ไรเคเนาว์/ โบเดนเซ (Reichenau/Bodensee) รายน์เกาว์ (Rheingau) เอ็มเดแอร์-มูซิคโซมเมอร์ (MDR-Musiksommer) และ ชเลสวิก-โฮลชไตน์ (Schleswig-Holstein) นอกจากนี้เขายังได้เข้าร่วมแสดงกับวงออเคสตร้า ชั้นนำของเยอรมันอยู่ หลายวง เช่น โฮฟ ซิมโฟนี (Hof Symphony) มิวนิค ซิมโฟนี ออเคสตร้า (Munich Symphony Orchestra) และ ฟิลฮาร์โมเนีย ออฟ เดอะ เนชั่น (Philharmonia of the Nations)

สำหรับในประเทศไทย เขาได้เปิดการแสดง ทั้งการแสดงเดี่ยว และแสดงแบบแชมเบอร์ (Chamber Music) นอกจาก การร่วมแสดงควินเท็ท (Quintet) กับคณาจารย์แล้ว เขายังมีโอกาสได้แสดงร่วมกับ ลัทเวียน สตริง ทรีโอ (Latvian String Trio) มหิดล วินด์ ซิมโฟนี (Mahidol Wind Symphony) และได้รับเชิญให้ร่วมบรรเลงกับวงต่างๆมากมาย ทั่วโลก สำหรับการแสดงเดี่ยวที่ประทับใจผู้ชม ผู้ฟังเป็นที่สุดนั้น คือการแสดงที่สถาบันเกอเธ่เมื่อเดือนกันยายน 2551 หลังจากที่ทางสถาบันได้ปิดเพื่อทำการบูรณะหอแสดงไปพักใหญ่

ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีผู้ชื่นชอบ และให้การสนับสนุนเพลงสมัยใหม่ที่ประพันธ์โดยชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ฮิโรชิได้ มีโอกาสนำผลงานของนักประพันธ์เพลงร่วมสมัยเหล่านั้นออกแสดงอยู่หลายครั้ง แม้แต่ในประเทศไทย ฮิโรชิก็มอง หาโอกาสที่จะนำผลงานเหล่านั้นออกแสดงด้วยเช่นกัน ฮิโรชิเป็นนักดนตรีคนแรกที่นำผลงานของ โทรุ ทาเคมิทสึ(Toru Takemitsu) มาบรรเลงในประเทศไทย และยังได้จัดการแสดงร่วมกับดนตรีพื้นบ้านของญี่ปุ่น เพื่อเป็นการ สืบสาน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่น กับไทย นอกจากนี้ฮิโรชิยังได้รับเชิญจากสถานฑูต ญี่ปุ่นให้เดินทาง ไปเปิดการแสดง ทั้งในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และกรุงย่างกุ้ง อีกด้วย

ฮิโรชิได้รับความนับถือจากนักเรียนเป็นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นครูผู้ซึ่งเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดีในทุกราย ละเอียด ด้วยเหตนี้จึงทำให้มีผู้ร้องขอให้เขาจัดมาสเตอร์คลาส (Masterclasses) อยู่เป็นนิจ นอกจากการเป็นอาจารย์ สอนที่มหิดล แล้ว เขายังได้ทำหน้าที่เป็น นักแสดง/คณาจารย์ ของค่าย เซาธ์อีสท์ เอเชี่ยน ยูธ ออเคสตร้า แอนด์ วินด์ อองซอมเบิ้ล หรือ ซาโยวี (SAYOWE) ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ในปี 2548 เขาได้ก่อตั้งวงฟลู้ตอองซอมเบิ้ล เสียงนานาชาติขึ้นมา เพื่อเดินทางไปเปิดการแสดง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ และให้ความรู้เกี่ยวกับฟลู้ต แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้มีความสนใจในเครื่องดนตรีชนิดนี้ ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยในวงจะมีเครื่องดนตรีในตระกูลฟลู้ตตั้งแต่ ปิคโคโล ไปจนถึง คอนทร่าเบสฟลู้ต ในปี 2549 และ 2551 เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วม เพสต้า มิวสิค แค๊มพ์ (PESTA Music Camp)ในฐานะอาจารย์สอน ฟลู้ต และเป็นศิลปินรับเชิญให้กับวง ปีนัง สเตท ซิมโฟนี ออเคสตร้า (Penang State Symphony Orchestra) หรือ PESSOC ประเทศ มาเลเซีย และในปี 2550 เขาได้เดินทางไปเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการที่กรุงย่างกุ้ง สหภาพพม่า

ฮิโรชิได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันดนตรีหลายรายการ เช่น การแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่า นานาชาติ (TIWEC หรือ ASBC เดิม) การแข่งขันดนตรีนานาชาติโอซาก้า (รอบคัดเลือก กรุงเทพมหานคร) และการแข่งขัน เยาวชนดนตรี นอกจากนี้เขายังงมีบทความเกี่ยวกับการเล่นฟลู้ตที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร เพลงดนตรีอยู่หลายฉบับ และ ในปี 2553 นี้ เขาได้รับทุนเพื่อใช้ในการค้นคว้าเกี่ยวกับการเรียน-การสอนฟลู้ตใน หัวข้อเรื่อง "Ernesto Köhler Study Guide"

ฮิโรชิจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดนตรีคาร์ลสรูเฮอ (University of Music Karlsruhe) ประเทศเยอรมัน และเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยนไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยดนตรีโมซาร์เทอุม (Mozarteum University of Music) เมืองซาลส์บูร์ก ประเทศออสเตรีย นอกจากนี้ ฮิโรชิ ยังได้มีโอกาสศึกษากับ เรอนาท ไกรส์ส-อาร์มิน (Renate Greiss-Armin) มัทธิอัส อัลลิน (Matthias Allin) และ อีเรนา กราเฟอเนาเออร์ (Irena Grafenauer) ในช่วงที่ฮิโรชิ อาศัยอยู่ในยุโรป เขาได้มีโอกาสศึกษากับ อันเดรีย ลีเบอร์เนคท์ (Andrea Liebernecht) อันเดรอัส เบลาว์ (Andreas Blau) และ ฌอง ปิแอร์-รัมพาล (Jean Pierre-Rampal) และในช่วงที่เขายังอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นนั้น เขาได้ศึกษากับ เอ็ทซึโระ ซาโน่ (Etsuro Sano) และ คานิชิ ทานากะ (Kanichi Tanaka)

>>Click here to visit Hiroshi's website

 

รูปภาพของฮิโรชิ

รูปภาพที่1
รูปภาพที่2
รูปภาพที่3

เกี่ยวกับฮิโรชิ

  • วันเกิด:
    25 มกราคม
  • งานอดิเรก:  เล่นคอมพิวเตอร์ ท่องเที่ยว ดูฟุตบอล และเบสบอล
  • ผ่อนคลายอิริยาบถอย่างไร: ว่ายน้ำ จิบกาแฟรสเลิศ และนวดฝ่าเท้า
  • สิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่มาอยู่ประเทศไทย: ได้พบกับนักเรียนที่ยอดเยี่ยม
  • เครื่องดนตรี:
    มุรามัทสึ ทอง 14K